วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พุทธชัยมงคลคาถา

บทสวดวันพุธ

พุทธชัยมงคลคาถา
สวดแล้วสวัสดีมีชัย ศัตรูพ่ายแพ้

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ค๎รีเมขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

พระจอมมุนี ได้ชนะพญามารผู้นิรมิตแขนมากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ
ขี่คชสารครีเมขละพร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องก้องกึก
ด้วยธรรมวิธีทานบารมีเป็นต้น

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแก่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
พระจอมมุนี ได้ชนะอาฬวกยักษ์ผู้กระด้าง ปราศจากความอดทน ดุร้าย

สู้รบกับพระพุทธเจ้าอย่างทรหดยิ่งกว่ามารตลอดราตรี
พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยขันติวิธีที่ทรงฝึกฝนมาดี

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

พญาช้างชื่อ นาฬาคิรี ตกมัน
ดุร้ายยิ่งนัก ประดุจไฟป่า จักราวุธ และสายฟ้า
พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยวิธีรดด้วยน้ำคือเมตตา

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท

โจรองคุลิมาล ถือดาบเงื้อง่าวิ่งไล่ฆ่า
พระพุทธองค์สิ้นระยะทาง ๓ โยชน์
พระจอมมุนีทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจเอาชนะได้ราบคาบ

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

กัต๎วานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

นางจิญจมาณวิกา เอาไม้กลมๆ มาผูกท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์
ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าท่ามกลางฝูงชน
พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยวิธีสงบระงับพระหฤทัยอันงดงาม

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท

สัจจกนิครนถ์ผู้ถือตัวว่าฉลาด เป็นนักโต้วาทะชั้นยอด สละเสียซึ่งสัจจะ
ตั้งใจมาได้วาทะหักล้างพระพุทธองค์ เป็นคนมืดบอดยิ่งนัก
พระจอมมุนีผู้สว่างจ้าด้วยแสงปัญญาทรงเอาชนะได้

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

พญานาคชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก
พระจอมมุนีทรงมีพุทธบัญชาให้พระโมคคัลลานะพุทธโอรส
ไปปราบด้วยวิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่า

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พ๎รัห๎มัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท

พรหมชื่อพกา ถือตัวว่ามีความบริสุทธิ์ รุ่งเรืองและมีฤทธิ์
ยึดมั่นในความเห็นผิด ดุจมีมือถูกอสรพิษขบเอา
พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยญาณ

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ขอชัยมงคลทั้งหลาย จงมีแด่ท่านด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิต๎วานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ

นรชนใด มีปัญญาไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพุทธชัยมงคล ๘ คาถา
แม้เหล่าใด ทุกๆวัน นรชนนั้น จะพึงละเสียได้ซึ่งอุปวันตรายทั้งหลาย
มีประการต่างๆเป็นอเนก ถึงซึ่งวิโมกขสิวาลัย อันเป็นบรมสุขแล

ฉัททันตปริตร

บทสวดสำหรับวันพุธ
ฉัททันตปริตร
ป้องกันสรรพภัย
วะธิสสะเมนันติ  ปะรามะสันโต
พระยาช้างโพธิสัตว์ ได้จับพรานไพร ด้วยหมายว่าเราจักฆ่ามัน

กาสาวะมัททักขิ  ธะชัง  อิสีนัง
ครั้นได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นธงของพวกฤษี

ทุกเขนะ  ผุฏฐัสสุทะปาทิ  สัญญา
สัญญาได้เกิดขึ้นแก่พระโพธิสัตว์ผู้อันทุกข์ถูกต้องแล้ว

อะระหัทธะโช  สัพภิ  อะวัชฌะรูโป
ว่าธงชัยของพระอรหันต์ มีรูปอันสัตบุรุษหาควรฆ่าไม่

สัลเลนะ  วิทโธ  พยะถิโตปิ  สันโต
แม้พระโพธิสัตว์ถูกศร ควรจะหวั่นไหว แต่เป็นผู้สงบระงับได้

กาสาวะวัตถัมหิ  มะนัง  นะ  ทุสสะยิ
ไม่ทำใจประทุษร้ายในผ้ากาสาวพัสตร์

สะเจ  อิมัง  นาคะวะเรนะ  สัจจัง
ถ้าคำนี้ อันพระยาช้างกล่างจริงแล้ว

มา  มัง  วะเน  พาละมิคา  อะคัญฉุนติฯ
ขอเหล่าพาลมฤคในไพร อย่าได้กล้ำกลายตัวเรา ดังนี้

ขันธปริตร

บทสวดวันพุธ
ขันธปริตร
แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ ตั้งสัจจาธิษฐานขอความสวัสดี

วิรูปักเขหิ เม เมตตัง
ความเป็นมิตรของเรา จงมีแก่พญางูทั้งหลาย สกุลวิรูปักข์ด้วย

เมตตัง เอราปะเถหิ เม
ความเป็นมิตรของเรา จงมีกับพญางูทั้งหลาย สกุลเอราบทด้วย

ฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตัง
ความเป็นมิตรของเรา จงมีแก่พญางูทั้งหลาย สกุลฉัพยาบุตรด้วย

เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ
ความเป็นมิตรของเรา จงมีแก่พญางูทั้งหลายสกุลกัณหาโคตมกะด้วย

อะปาทะเกหิ เม เมตตัง
ความเป็นมิตรของเรา จงมีกับสัตว์ทั้งหลาย ที่ไม่มีเท้าด้วย

เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม
ความเป็นมิตรของเรา จงมีกับสัตว์ทั้งหลาย ที่มีสองเท้าด้วย

จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง
ความเป็นมิตรของเรา จงมีกับสัตว์ทั้งหลาย ที่มีสี่เท้าด้วย

เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม
ความเป็นมิตรของเรา จงมีกับสัตว์ทั้งหลาย ที่มีหลายเท้าด้วย

มา มัง อะปาทะโก หิงสิ
สัตว์ไม่มีเท้าอย่าเบียดเบียนเรา

มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก
สัตว์สองเท้าอย่าเบียดเบียนเรา

มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ
สัตว์สี่เท้าอย่าเบียดเบียนเรา

มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท
สัตว์หลายเท้าอย่าเบียดเบียนเรา

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา
ขอสรรพสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย

สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา
ที่เกิดมาทั้งหมดจนสิ้นเชิงด้วย

สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ
จงเห็นซึ่งความเจริญทั้งหลายทั้งปวงเถิด

มา กิญจิ ปาปะมาคะมา
โทษลามกใดๆ อย่าได้มาถึงแล้ว แก่สัตว์เหล่านั้น

อัปปะมาโณ พุทโธ
พระพุทธเจ้า ทรงพระคุณ ไม่มีประมาณ

อัปปะมาโณ ธัมโม
พระธรรม ทรงพระคุณ ไม่มีประมาณ

อัปปะมาโณ สังโฆ
พระสงฆ์ ทรงพระคุณ ไม่มีประมาณ

ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที อุณณานาภี สะระพู มูสิกา
สัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย คือ งู แมลงป่อง ตะเข็บ ตะขา แมงมุม ตุ๊กแก หนูเหล่านี้ ล้วนมีประมาณ ( ไม่มากเหมือนพระรัตนตรัย )

กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา
ความรักษา อันเรากระทำแล้ว การป้องกัน อันเรากระทำแล้ว

ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ
หมู่สัตว์ทั้งหลายจงหลีกไปเสีย

โสหัง นะโม ภะคะวะโต
เรานั้น กระทำนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่

นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานังฯ
กระทำนอบน้อม แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ็ดพระองค์อยู่ ฯ

กรณียเมตตาสูตร

บทสวดวันอังคาร
กรณียเมตตสูตร
แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์

กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ . . . . . . . ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
กิจนั้นอันใดอันพระอริยเจ้า บรรลุบทอันระงับกระทำแล้ว กิจนั้นอันกุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์พึงกระทำ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ
กุลบุตรนั้น พึงเป็นผู้อาจหาญและซื่อตรงดี

สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
เป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่มีอติมานะ

สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ
เป็นผู้สันโดษ เลี้ยงง่าย

อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
เป็นผู้มีกิจธุระน้อย ประพฤติเบากายจิต

สันตินท์ริโย จะ นิปะโก จะ
มีอินทรีย์อันระงับแล้ว มีปัญญา

อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่พัวพันในสกุลทั้งหลาย

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
วิญญูชนติเตียนชนทั้งหลายอื่นได้ด้วยกรรมอันใด ไม่พึงประพฤติกรรมอันนั้นเลย (พึงแผ่ไมตรีจิตไปในหมู่สัตว์ว่า)

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีสุข

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ . . . . . . . . . . . . .ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
ทีฆา วา เย มะหันตา วา . . . . . . . . . . .มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา
ขอสัตว์ทั้งหลายบรรดามี ที่เป็นสัตว์ตัวอ่อน หรือตัวแข็งก็ตาม เป็นสัตว์มีลำตัวยาว หรือลำตัวใหญ่ก็ตาม มีลำตัวปานกลาง หรือตัวสั้นก็ตาม ตัวเล็กหรือตัวโตก็ตาม

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา . . . . . . . . . เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
ภูตา วา สัมภะเวสี วา . . . . . . . . . . . . .สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ที่มองเห็นหรือมองไม่เห็นก็ตาม ที่อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ก็ตาม ที่เกิดแล้ว หรือกำลังหาที่เกิดอยู่ก็ตาม ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นจงสุขกายสบายใจเถิด

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ . . . . . . . . .นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
พ์ยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา . . . . . . .นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
บุคคลไม่พึงหลอกลวงผู้อื่น ไม่ควรดูหมิ่นเหยียดหยามใคร ๆ ไม่ควรมุ่งร้ายต่อกันและกัน เพราะมีความขุ่นเคืองโกรธแค้นกัน

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง . . . . . . . . . . อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ . . . . . . . . . . . . . . มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
คนเราพึงแผ่ความรักความเมตตา ไปยังสัตว์ทั้งหลายหาประมาณมิได้ ดุจดังมารดาถนอม และปกป้องบุตรสุดที่รักคนเดียวด้วยชีวิตฉันนั้น

เมตตัญจะ สัพพะโลกัส์มิง . . . . . . . . .มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ . . . . . . . . . . อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
พึงแผ่เมตตาจิต ไม่มีขอบเขต ไม่คิดผูกเวร ไม่เป็นศัตรู อันหาประมาณไม่ได้ ไปยังสัตว์โลกทั้งปวงทั่วทุกสารทิศ

ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา . . . . . . . . . . . สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ . . . . . . . . . . พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ตลอดเวลาที่ตนยังตื่นอยู่ พึงตั้งสติ อันประกอบด้วยเมตตานี้ให้มั่นไว้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า การอยู่ด้วยเมตตานี้ เป็นพรหมวิหาร (การอยู่อย่างประเสริฐ)

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา . . . . .ทัสสะเนนะ สัมปันโน
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง . . . . . . . . . . . . . .นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ท่านผู้เจริญเมตตาจิต ที่ละความเห็นผิดแล้ว มีศีล มีความเห็นชอบ ขจัดความใคร่ในกามได้ ก็จะไม่กลับมาเกิดอีกเป็นแน่แท้

อภยปริตร

บทสวดวันจันทร์
อภยปริตร
ป้องกันบาปเคราะห์อันเกิดจากฝันร้าย

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ
ลางชั่วร้ายอันใด และอวม

โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
เสียงนก เป็นที่ไม่ชอบใจอันใด

ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง
และบาปเคราะห์อันใด สุบินชั่วอันไม่พอใจอันใด มีอยู่

พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพพระพุทธเจ้า

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมัง คะลัญจะ
ลางชั่วร้ายอันใด และอวมงคลอันใด

โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
เสียงนก เป็นที่ไม่ชอบใจอันใด

ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง
และบาปเคราะห์อันใด สุบินชั่วอันไม่พอใจอันใด มีอยู่

ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
ขอสิ่งเหล่านั้น จงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพพระธัมม์เจ้า

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ
ลางชั่วร้ายอันใด และอวมงคลอันใด

โย จามะนาโป สะกุณัสสะสัทโท
เสียงนก เป็นที่ไม่ชอบใจอันใด

ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง
และบาปเคราะห์อันใด สุบินชั่วอันไม่พอใจอันใด มีอยู่

สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
ขอสิ่งเหล่านั้น จงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพพระสงฆ์เจ้า

วัฏฏกปริตร

บทสวดสำหรับวันอาทิตย์

วัฏฏกปริตร
ป้องกันอัคคีภัย

อัตถิ โลเก สีละคุโณ
คุณแห่งศีลมีอยู่ในโลก

สัจจัง โสเจยยะนุททะยา
ความสัตย์ ความสะอาดกาย และความเอ็นดู มีอยู่ในโลก

เตนะ สัจเจนะ กาหามิ สัจจะกิริยะมะนุตตะรัง
ด้วยคำสัตย์นั้น ข้าพเจ้าจักทำสัจจกิริยาอันเยี่ยม

อาวัชชิตวา ธัมมะพะลัง
ข้าพเจ้าพิจารณา ซึ่งกำลังแห่งธรรม

สะริตวา ปุพพะเก ชิเน
และระลึกถึงพระชินเจ้าทั้งหลายในปางก่อน

สัจจะพะละมะวัส สายะ
อาศัยกำลังสัจจะ

สัจจะกิริยะมะกาสะหัง
ขอทำสัจจกิริยา

สันติ ปักขา อะปัตตะนา
ปีกทั้งหลายของข้ามีอยู่ แต่บินไม่ได้

สันติปาทา อะวัญจะนา
เท้าทั้งหลายของข้ามีอยู่ แต่เดินไม่ได้

มาตา ปิตา จะ นิกขันตา
มารดาและบิดาของข้า ออกไปหาอาหาร

ชาตะ เวทะ ปะฏิกกะมะ
ดูก่อนไฟป่า ขอท่านจงหลีกไป

สะหะ สัจเจ กะเต มัยหัง มะหาปัช ชะลิโต สิขี วัชเชสิ โสฬะสะกะรีสานิ
ครั้นเมื่อสัจจะ อันเราทำแล้ว เปลวไฟอันรุ่งเรืองใหญ่ หลีกไป ๑๖ กรีส พร้อมกับคำสัตย์

อุทะกัง ปัตวา ยะถา สิขี
ประหนึ่งเปลวไฟอันตกถึงน้ำ

สัจเจนะ เม สะโม นัตถิ
สิ่งไรเสมอด้วยสัจจะของเราไม่มี

เอสา เม สัจจะปาระมีติฯ
นี้เป็นสัจจบารมีของเรา ดังนี้

โมระปริตร

บทสวดวันอาทิตย์
โมระปริตร

ว่าด้วยคาถาของนกยูงทอง

อุเทตะยัญจักขุมา เอกราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชมีสีเพียงดังสีแห่งทองยังพื้นปฐพีให้สว่างอุทัยขึ้นมา

ตัง ตัง นะมัสสามิ
เพราะเหตุนั้น ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น

หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
ซึ่งมีเพียงดังสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง

ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง
ข้าทั้งหลาย อันท่านปกครองแล้วในวันนี้ พึงอยู่เป็นสุขตลอดวัน

เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงซึ่งเวทในธัมม์ทั้งปวง

เต เม นะโม
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้า

เต จะ มัง ปาละยันตุ
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาซึ่งข้า

นะมัตถุ พุทธานัง
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

มะมัตถุ โพธิยา
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระโพธิญาณ

นะโม วิมุตตานัง
ความนอบน้อมของข้า จงมีแต่ท่านผู้พ้นแล้วทั้งหลาย

นะโม วิมุตติยา
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่วิมุตติธัมม์

อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา
นกยูงนั้นได้กระทำปริตรอันนี้แล้ว จึงเที่ยวไปเพื่ออันแสวงหาอาหาร

อะเปตะยัญจักขุมา เอกราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
พระอาทิตย์นี้ เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราช มีสีเพียงดังสีแห่งทองยังพื้นปฐพีให้สว่างย่อมอัสดงคตไป

ตัง ตัง นะมัสสามิ
เพราะเหตุนั้น ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น

หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
ซึ่งมีสีเพียงดังสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง

ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง
ข้าทั้งหลาย อันท่านปกครองแล้วในวันนี้ พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืน

เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงซึ่งเวทในธัมม์ทั้งปวง

เต เม นะโม
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้นจงรับความนอบน้อมของข้า

เต จะ มัง ปาละยันตุ
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาซึ่งข้า

นะมัตถุ พุทธานัง
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

มะมัตถุ โพธิยา
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระโพธิญาณ

นะโม วิมุตตานัง
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่ท่านผู้พ้นแล้วทั้งหลาย

นะโม วิมุตติยา
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่วิมุตติธัมม์

อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ
นกยูงนั้น ได้กระทำปริตรอันนี้แล้ว จึงสำเร็จความอยู่แล